แปลกมั้ยทานอาหารเสริมเท่าไรก็ไม่ขาว

เรามาวิเคราะห์กันทั้งปัจจัย ภายใน(เกิดจากเราและร่างกายของเรา) และ ปัจจัย ภายนอก (โฟกัสที่อาหารเสริมที่เรารับประทาน)

ปัจจัยภายใน ได้แก่

1. เรื่องของกรรมพันธุ์ สีผิวแต่กำเนิด

ตามเกณฑ์ การแบ่ง Skin Type ของ Fitzpatrick Chart ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอก ธรรมชาติของผิวหนังของเรา การแบ่ง ธรรมชาติของผิว จะช่วยทำให้เราประเมิน และคาดการณ์การตอบสนองของผิว ได้ดีขึ้น

  • Skin Type I : ผิวขาวจั๊ว กลุ่มนี้ เป็นกระได้ง่ายมาก เจอแดดจะแดงและแสบง่ายมาก พอหายแสบแล้วไม่คำ มักจะลอกออก
  • Skin Type II : ผิวค่อนข้างขาว กลุ่มนี้เวลาเจอแดด จะมีการ burn ได้ แต่พอหายแสบ จะมีการเข้ม (Tan) ของผิว เข้มขึ้นเล็กน้อย
  • Skin Type III : กลุ่มนี้ จะไม่เบิร์นง่ายเท่า 2 กลุ่มแรก แต่ก็เบิร์นได้ และผิวคล้ำลงได้ คือกลุ่มนี้ไวต่อแสงและดำง่าย
  • Skin Type IV : ผิวสีแทน ผมดำเข้ม กลุ่มนี้ โดนแดดจะดำง่าย แต่ไม่เบิร์นจากแดดค่ะ
  • Skin Type V-VI : สีผิวจะเข้มมากๆ ไปทางนิโกรเลย ดำง่ายมาก ดำมาก ดำดีสีไม่ตก แต่ไม่เบิร์นค่ะ

เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติแล้ว ถ้าเราเป็นกลุ่มดำง่าย กลุ่มนี้จะใช้เวลาในการขาวนาน ดังนั้น พฤติกรรมของเราก็มีผลด้วยกับสีผิวของเราเอง ส่วนคนที่เบิร์นง่าย มักไม่ค่อยดำ พอเบิร์นจะเกิดการลอก แล้วขาวเหมือนเดิมทันที

พอเราเข้าใจธรรมชาติของผิวแบบนี้ เราจะเข้าใจว่า เราจะไม่สามารถขาวแบบข้ามขั้นได้ เพียงแต่เราจะสามารถดูกระจ่าง ออร่าขึ้นได้ค่ะ


2. พฤติกรรม การทำงาน การพักผ่อน การใช้ชีวิต ความเครียด

สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่กระตุ้นที่ทำให้ผิวดำ ต้องยอมรับว่าคือ แสงแดด ไม่ว่าจะเป็นรังสี UV หรือ IR-A นอกจากทำให้ดำปล้วยังส่งผลเสียอื่นๆอีกด้วย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีทั้งที่มองเห็นจากภายนอก และไม่สามารถมองเห็นได้
คนผิวธรรมดาหลังจากที่โดนแดดแผดเผาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ผิวหนังจะไหม้ ซึ่งอาจทำให้เกิดฝ้าและกระขึ้นได้ นี้คือผลกระทบที่มองเห็นได้ง่าย

ส่วนผลกระทบที่ไม่สามารถมองเห็นได้นั้น คือการที่แสงอุลต้าไวโอเรตได้ทะลุทะลวงเข้าไปทำลายเซลผิวชั้นใน และบางครั้งร่างกายก็อาจรักษาเองได้ แต่บางครั้งจะสะสมปัญหาคั่งค้างเป็นเวลานาน นกระทั่งผิวหนังเกิดเป็นรอยย่นด่างดำ ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้

ดังนั้นถ้าไม่อยากดำ เลือกได้ ก้ไม่ควรทำงานที่ต้องโดนแดดอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่า กินอาหารเสริมช่วยยังไงก็อาจจะเห็นผลได้ไม่เต็ม 100% ค่ะ

3. ไม่ได้ ดีท็อกซ์ ก่อนทานอาหารเสริมให้ผิวขาว

ต้องบอกว่า สมัยนี้ เราเจอมลภาวะ มลพิษทั้งจากการสัมผัสที่ตัว ที่หน้าภายนอกโดยตรง เช่น ครีม เครื่องสำอางค์ต่างๆ ล้วนมีโอกาสของการรับสารเคมี ตกค้าง สะสมอยู่ที่ผิว ยิ่งบางครั้งโดนหลอก ใช้ครีมที่ใช้สารต้องห้าม หวังอยากได้หน้าใส หน้าเกลี้ยง กลับกลายเป็นว่า เจอ สเตียรอยด์ เจอ ปรอท หรือ ไฮโดรควิโนน กลายเป็นปัญหา หน้าฝ้าลึก รอยดำ ตามมาแบบรักษาไม่หาย

หรือ แม้แต่อาหาร 3 มื้อที่ทานอยู่ทุกวัน ก็ต้องบอกว่า เราเองก็เสี่ยงกับการรับสารพิษเข้าร่างหายอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้น บางทีแค่การล้างสารพิษออก ก็ทำให้ผิวที่มีปัญหาดูสุขภาพดีขึ้นได้แล้ว และยังทำให้ อาหารเสริม หรือวิตามินที่มีประโยชน์ สามารถดูดซึมได้เต็มที่ และเห็นผลเร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

เมื่อเรารู้ถึง 3 ปัจจัยหลักของการที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้กินอาหารเสริมเท่าไรก็ไม่ขาวแล้ว


เรามาดูที่ปัจจับภายนอกกันต่อนะคะ ได้แก่


4. คุณภาพ

เกรดวัตถุดิบ ที่โรงงานเลือกมาใช้ใน อาหารเสริมนั้นๆ ข้อเท็จจริงก็คือ คำว่า สารสกัดจากทับทิม ที่เราเห็นข้างกล่อง เราไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าโรงงานเลือกสารนี้ มาจากวัตถุดิบเกรดไหนให้เรา ซึ่งมีหลายราคา แน่นอนคุณภาพก็ย่อมจะแปรผันตามราคานั้นๆด้วย ถ้าผู้บริโภคอย่างเราจะรู้ได้ ก็ต้องสังเกตุว่าข้างกล่องมีการใส่โลโก้ของแบรนด์สารสำคัญนั้นมั้ย หรือ เบื้องต้นจริงๆเราก็สามารถดูได้จากมาตรฐานการผลิตของโรงงาน ไม่ใช่เพียงแค่ GMP เพียงอย่างเดียวแล้ว ปัจจุบัน มี มาตรฐานสากลต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เรา ทั้ง GMP , ISO, CODEX, HACCP หรือ เครื่องหมาย Thailand Trust Mark เหล่านี้ก็พอจะประเมินได้ในระดับนึงค่ะ ว่าอย่างน้อย ข้อความบนกล่อง ก็น่าเชื่อถือ ค่ะ


5. ปริมาณของสารสำคัญในอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน

เนื่องจากสารทุกชนิด ที่นำมาใช้ในการออกฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี, ALA, L-Cysteine, Glutathione , สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ เช่น สารสกัดจากทับทิม ที่มีผลทำให้ผิวดูออร่า กระจ่างใสขึ้นนั้น ในบางครั้ง ก็ต้องดูด้วยว่าประมาณที่ใส่นั้น เป็นปริมาณเพียงพอที่จะทำให้เราเห็นผลได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้จะต้องเข้าใจวิธีคำนวนปริมาณสารที่ร่างกายต้องการ แนวทางคือ ต้องเลือกโรงงานผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และดูว่ามี อย ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ด้วยค่ะ

6. ส่วนประกอบที่ลงตัวกับการทำงานของร่างกาย

ในกลไกลการทำให้ผิวขาวนั้น มีหลายกลไกด้วยกัน หากว่า อาหารเสริมที่เราเลือกทานนั้น มีส่วนผสมที่ลงตัว สามารถจัดการครบทุกการออกฤทธิ์ หากเราทานได้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 1-4 เดือน ก็จะสัมผัสการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้แน่นอนค่ะ หากว่า เราเจอผลิตภัณฑ์ที่ตัวเดียวรวบรวมสารออกฤทธิ์ครบทุกกลไกให้เรา ก็เรียกว่าเป็นผลดีกับเงินในกระเป๋า คุ้มทั้งประหยัดเงิน และคุ้มทั้งประหยัดเวลาในการเลือกทานได้อีกด้วยค่ะ


7. ไม่มีความรู้มากพอ

หัวข้อนี้ต้องบอกว่า ในตลาดจริงนั้น มีทั้งอาหารเสริมที่ดี และ อาหารเสริมที่มีการแอบใส่ ยาบางชนิดเข้าไป แล้วทำให้เห็นผลเรื่องความขาวอย่างรวดเร็ว แต่ตรงนี้ก็ต้องแลกมากับความอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตด้วยค่ะ เพราะกลไก ตามธรรมชาติที่แท้จริง ผิวของเราจะผลัดทุก 28 วัน เราอาจจะต้องใจเย็นในการสังเกตผลที่เวลา 1 เดือนขึ้นไปค่ะ

8. เมื่อเราอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป

การดูแลผลัดเซลล์ผิวด้วย Scrub อย่างต่อเนื่อง ก็เป็นการเสริมการทำงานของอาหารเสริมที่เราบำรุงภายใน ให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น ในระยะเวลาที่เร็วขึ้นอีกทางนึงด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ คือ ปัจจัย ที่เราจะต้องมาตรวจสอบดูหากว่าเราเป็นคนนนึงที่ ทานอาหารเสริมอย่างไรก็ไม่ขาวสักที ลองปรับตามนี้ดู ทำได้ครบ คุณน่าจะเป็นคนนึงที่เห็นการเปลี่ยนแปลงภายในไม่เกิน 4 เดือนแน่นอนค่ะ

Hashi Collagen + H เคล็ดลับความงามของผิวสาวญี่ปุ่น

ในเรื่องความขาว เราเป็นผลิตภัณฑ์นึงที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า เราได้ทำการคัดเลือกทั้งสารสำคัญและโรงงานที่ได้มาตรฐานระดับโลกด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จริง

และคำนึงถึงความคุ้มค่าของลูกค้าเป็นสำคัญ เราได้รวบรวมสารออกฤทธิ์ ที่ครบทุกกลไก ในการเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการทำให้ผิวพรรณขาวออร่า กระจ่างใส จนสังเกตได้ ที่สำคัญ

HASHI Collagen +H ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาว แต่ HASHI Collagen คือ นวตกรรมเพื่อผิวตัวจริง ที่จัดการที่ต้นตอ สร้างผิวสุขภาพดี จากภายใน ด้วยวัตถุดิบพรีเมียมระดับโลก

และเตรียมผลิตภัณฑ์ Detox ด้วยสารนวัตกรรมจากเมือง Yokkaichi ประเทศ ญี่ปุ่น ทั้งช่วยล้างลำไส้ ปรับสมดุลการทำงาน ด้วยการเติมอาหารให้กับจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ ไว้ในกล่องเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของสารบำรุงอย่างเต็มที่

ทานต่อเนื่องเป็นประจำ ผิวดีขึ้น แข็งแรง สดใสจากภายใน ไม่มีสารอันตรายตกค้าง จัดการตรงจุดของการสร้างผิวสวย จากเคล็ดลับความงามที่สืบต่อของสาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

บทความน่ารู้